Politics Military Economy Social Information and Infrastructure, Article and Analysis.

CLV พันธมิตรเก่าแก่ Cambodia-Laos-Vietnam สามพี่น้องคอยพึ่งพากันมาตั้งแต่สมัยสงคราม

 ในโลกที่มหาอำนาจแข่งขันกันดุเดือด ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมี "พันธมิตรเก่าแก่" อย่าง CLV หรือ Cambodia-Laos-Vietnam ที่เหมือนสามพี่น้องคอยพึ่งพากันมาตั้งแต่สมัยสงคราม ล่าสุด การประชุมผู้นำพรรคปกครองในพนมเปญเมื่อ 6-7 กุมภาพันธ์ 2026 ยิ่งทำให้ CLV กลายเป็นประเด็นร้อน เหมือนจุดประกายความร่วมมือใหม่ แต่ก็แฝงความเสี่ยง ลองตามผมมาดูรายละเอียดว่ามันคืออะไร ที่มาอย่างไร และผลกระทบต่อรัฐบาลกับประชาชนสามชาตินี้


CLV คือกรอบความร่วมมือไตรภาคีระหว่างกัมพูชา ลาว และเวียดนาม เริ่มต้นอย่างเป็นทางการจาก "CLV Development Triangle" ในปี 1999 เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดน 13 จังหวัด (4 ในกัมพูชา, 4 ในลาว, 5 ในเวียดนาม) โดยเน้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ที่มาลึกซึ้งกว่านั้น ย้อนไปถึงสมัยสงครามอินโดจีน (1970s-1980s) ที่สามชาติต่อสู้เคียงข้างกันต่อต้านจักรวรรดินิยมและเขมรแดง หลังสงครามเย็น พรรคปกครอง (CPP ของกัมพูชา, LPRP ของลาว, CPV ของเวียดนาม) จึงสานต่อความสัมพันธ์นี้เป็น "มิตรภาพดั้งเดิม" เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและป้องกันการแทรกแซงจากภายนอก


รายละเอียดความร่วมมือในปัจจุบันกว้างขวางมาก โดยเฉพาะการประชุมล่าสุดที่พนมเปญ นำโดย Hun Sen (CPP), To Lam (CPV), Thongloun Sisoulith (LPRP) เข้าร่วม เป็นการประชุมไตรภาคีครั้งที่ 4 ที่หารือครอบคลุมการเมือง การทูต การป้องกัน ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า และชายแดน พวกเขาตกลงเพิ่มความร่วมมือพรรคต่อพรรค รัฐต่อรัฐ เพื่อสร้าง "ความไว้วางใจทางการเมือง" และ "สันติภาพในภูมิภาค" เช่น ลาดตระเวนชายแดนร่วม ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ (ยาเสพติด, scam center) และพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน นอกจากนี้ ยังมีด้านอื่นๆ อย่างการท่องเที่ยว "Three Countries, One Destination" ที่รัฐมนตรีท่องเที่ยว CLV ประชุมใน Cebu เมื่อต้นปี 2026 เพื่อโปรโมทแพ็กเกจทัวร์ร่วม ส่งเสริมการลงทุน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม


เหตุผลหลักของ CLV คือเสริมสร้างความเข้มแข็งภายใน เพื่อรับมือกับความท้าทายภายนอกอย่างการแข่งขันจีน-สหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ หรือความไม่แน่นอนในอาเซียน สำหรับรัฐบาลสามชาติ มันช่วยรักษาอำนาจพรรคปกครองแบบสังคมนิยม (หรือกึ่งสังคมนิยม) โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปกครอง และดึงทุนจากเวียดนาม (เศรษฐกิจใหญ่สุด) มาช่วยลาวกับกัมพูชาที่ด้อยพัฒนากว่า ส่วนประชาชน ได้ประโยชน์จากเสถียรภาพชายแดนที่ลดความขัดแย้ง และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างงานในเขตพัฒนาชายแดน


โอกาสของ CLV น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะสำหรับรัฐบาลกัมพูชา ลาว เวียดนาม ที่สามารถใช้กรอบนี้ดึงดูดการลงทุนจากจีน (ผ่าน Belt and Road) และอาเซียน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน สะพาน และพลังงาน ถ้าสำเร็จ อาจเพิ่ม GDP ชายแดน 20-30% ในทศวรรษหน้า สำหรับประชาชน โอกาสคือการค้าเสรีมากขึ้น การท่องเที่ยวบูม (เช่น ทัวร์แม่น้ำโขง) และการเข้าถึงบริการสุขภาพ-การศึกษาข้ามแดน ล่าสุด การประชุมยังเปิดทางสู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงที่อาจช่วยแก้ปัญหา scam และยาเสพติด ซึ่งกระทบประชาชนโดยตรง


แต่ความท้าทายก็ไม่น้อย สำหรับรัฐบาล ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจทำให้เวียดนามครองเกม (ส่งออกมากกว่าอีกสองชาติรวมกัน) อาจนำไปสู่การพึ่งพาเกินควร ขณะที่ปัญหาชายแดนเก่าแก่ (เช่น ดินแดนทับซ้อนระหว่างกัมพูชา-เวียดนาม) ยังค้างคา และการแทรกแซงจากไทยหรือสหรัฐฯ อาจทำให้ CLV ถูกมองว่าเป็น "bloc คอมมิวนิสต์" ในอาเซียน สำหรับประชาชน ท้าทายคือการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน เช่น การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในลาวที่กระทบชาวกัมพูชาและเวียดนาม  หรือการกดขี่สิทธิมนุษยชนที่อาจเพิ่มขึ้นถ้าความร่วมมือเน้น "เสถียรภาพ" มากกว่าประชาธิปไตย


ความเสี่ยงสูงสุดต่อรัฐบาลคือถ้า CLV ล้มเหลว อาจจุดชนวนความไม่พอใจภายใน เช่น การประท้วงในกัมพูชาเรื่อง "สูญเสียดินแดนให้เวียดนาม" หรือในลาวเรื่องหนี้สินจากโครงการ CLV ที่จีนหนุน สำหรับประชาชน เสี่ยงถูก marginalize ถ้าการพัฒนาเน้นทุนใหญ่ ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสิทธิ์ท้องถิ่น อาจนำไปสู่ความขัดแย้งชาติพันธุ์หรือการพลัดถิ่น และถ้าความร่วมมือทหารเพิ่มขึ้น อาจดึงสามชาติเข้าสู่ความขัดแย้งภูมิภาคใหญ่ เช่น ทะเลจีนใต้


#CLVCooperation #CambodiaLaosVietnam #ASEANSecurity #RegionalDevelopment #BorderPeace #PoliticalAlliance

Share on Google Plus

About Aka

0 comments:

Post a Comment