ในโลกการเมืองเมียนมาที่เหมือนละครซีรีส์ ตอนต่อตอน ล่าสุดมีตัวละครใหม่ชื่อ "Union Consultative Council" หรือ UCC สภาที่ปรึกษาสหภาพ ที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาเหมือนแผนลับของ Junta (รัฐบาลทหาร) เพื่อรักษาอำนาจเบื้องหลัง ลองตามผมมาดูกันว่ามันคืออะไร ที่มาอย่างไร และทำไมถึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่อาจจุดระเบิดความขัดแย้งในปี 2026 นี้
ย้อนกลับไปหลังรัฐประหารปี 2021 Junta นำโดยพลเอกมิน อ่อง หล่าย พยายามสร้างภาพว่าเมียนมากำลังเดินสู่ "ประชาธิปไตยแบบมีวินัย" ผ่านการเลือกตั้งเฟสต่างๆ ที่โลกตะวันตกมองว่าเป็นละครหลอกๆ สุดท้าย พรรค USDP (พรรคสนับสนุนทหาร) ชนะขาดลอยในเดือนธันวาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 แต่การปล่อยผ่านอำนาจจริงๆ Junta เร่งผ่านกฎหมาย UCC อย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 โดยใช้ชื่อเต็มว่า "Union Consultative Council Law" (กฎหมายสภาที่ปรึกษาสหภาพ) ซึ่งประกาศโดยสภาป้องกันชาติและความมั่นคง (NDSC) ที่ทหารคุม การจัดตั้งเกิดขึ้นก่อนรัฐสภาใหม่จะเปิดประชุม เพื่อให้ UCC เป็น "ที่ปรึกษา" สำหรับรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดจากเลือกตั้งนี้
รายละเอียดการจัดตั้งชัดเจนในกฎหมาย: UCC ประกอบด้วยอย่างน้อย 5 คน รวมประธานและเลขานุการ แต่งตั้งโดยประธานาธิบดี (ซึ่งคาดว่าจะมาจากฝั่งทหาร) สภาจะให้คำปรึกษาและประสานงานเรื่องใหญ่ๆ อย่างความมั่นคงชาติ กฎหมาย การต่างประเทศ สันติภาพภายใน และการออกกฎหมาย แต่กฎหมายย้ำว่า "ไม่แทรกแซงอำนาจบริหารหรือตุลาการ" ตามรัฐธรรมนูญ 2008 เงินเดือนและสวัสดิการสมาชิกกำหนดโดยรัฐบาลสหภาพ
ดูเหมือนเป็นคณะที่ปรึกษาธรรมดา แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือ "super body" ที่ช่วยให้มิน อ่อง หล่าย รักษาอิทธิพลแม้หลังถ่ายโอนอำนาจให้ USDP เพราะ UCC สามารถชี้นำนโยบายใหญ่ได้โดยตรง
ที่มาของ UCC ชัดเจน มันเกิดจากความกลัวของ Junta ว่าหลังเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่ (แม้เป็นรัฐบาลตัวแทน) อาจหลุดจากการควบคุม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กลุ่มต่อต้านอย่าง NUG (รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ) และกลุ่มชาติพันธุ์ยังสู้รบหนัก UCC จึงเป็นเครื่องมือ "รักษาเสถียรภาพ" ในสายตา Junta แต่ฝั่งวิจารณ์บอกว่านี่คือแผน "ถาวรอำนาจทหาร" เหมือนอัปเกรด NDSC ให้มีบทบาทมากขึ้น เหตุผลอย่างเป็นทางการคือเสริมระบบประชาธิปไตยหลายพรรค สร้างสหภาพแบบประชาธิปไตยและ Federal ส่งเสริมความมั่งคั่งและความมั่นคงอาหาร แต่จริงๆ แล้ว มันคือการป้องกันไม่ให้การเมืองเมียนมาหลุดจากกรอบทหาร โดยเฉพาะหลังเลือกตั้งที่ถูกหาว่าไม่ชอบธรรม
โอกาสของ UCC สำหรับการเมืองเมียนมาคืออาจช่วยสร้างเสถียรภาพชั่วคราว ถ้า Junta ใช้มันเจรจาสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์จริงจัง อาจเปิดทางสู่สหพันธรัฐที่แท้จริง ทำให้ประชาชนมีโอกาสฟื้นเศรษฐกิจและลดความขัดแย้ง แต่สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ UCC อาจเป็นโอกาสถ้าทหารยอมแบ่งอำนาจมากขึ้น ส่งเสริมสิทธิ์ท้องถิ่น
ความท้าทายใหญ่คือ UCC ถูกมองว่าเอียงข้างทหารมากเกิน ทำให้ขาดความชอบธรรม นานาชาติและ UN ไม่ยอมรับ เพราะมันมาจากกฎหมายที่ผ่านแบบเร่งด่วนโดย NDSC ไม่ใช่รัฐสภาปกติ สำหรับประชาชน ความท้าทายคืออาจเพิ่มการกดขี่ เพราะ UCC สามารถชี้นำกฎหมายที่จำกัดสิทธิ์เสรีภาพยิ่งขึ้น ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ ท้าทายเพราะ UCC ไม่รวมตัวแทนพวกเขา ทำให้สหพันธรัฐที่พูดถึงเป็นแค่คำพูดเปล่า
ความเสี่ยงสูงสุดต่อการเมืองเมียนมาคือ UCC อาจจุดชนวนสงครามกลางเมืองรุนแรงขึ้น ถ้ากลุ่มต่อต้านอย่าง NUCC หรือ NUG มองว่านี่คือแผนถาวรเผด็จการ อาจนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ เสี่ยงถูก marginalize ยิ่งขึ้น เพราะ UCC เน้นชาตินิยม Bamar Buddhist อาจลิดรอนสิทธิ์ประชาชนอย่าง Rohingya หรือ Chin ทำให้ความขัดแย้งชาติพันธุ์ลุกลาม และสำหรับประชาชน เสี่ยงเศรษฐกิจย่ำแย่ต่อเนื่อง ความยากจนเพิ่ม คนพลัดถิ่นทะลุ 5 ล้านคน และสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดหนักขึ้น ถ้า UCC กลายเป็นเครื่องมือกดดันฝ่ายตรงข้าม
#UnionConsultativeCouncil #MyanmarPolitics #EthnicConflicts #JuntaPower #FederalismMyanmar #SecurityAnalysis
0 comments:
Post a Comment