การที่อิสราเอลขายระบบป้องกันภัยทางอากาศ Barak MX ให้กองทัพอากาศไทย (Royal Thai Air Force - RTAF) เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากหลายแหล่ง โดย Israel Aerospace Industries (IAI) ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2025 ว่าสัญญามีมูลค่าประมาณ 3.44 พันล้านบาท (ราว 107-108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ระบบนี้เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะกลาง (medium-range air defense) ที่สามารถสกัดกั้นภัยคุกคามเช่น ขีปนาวุธบอลลิสติกทางยุทธวิธี (TBMs), ขีปนาวุธร่อน (cruise missiles), อากาศยานไร้คนขับ (UAVs), เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินรบ ได้ในระยะสูงสุด 150 กิโลเมตร
นับเป็นครั้งแรกที่ไทยมีระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการเต็มรูปแบบ ซึ่งจะติดตั้งภายใต้หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัยกองทัพอากาศ เพื่อปกป้องฐานทัพ พื้นที่สำคัญ และประชาชนจากภัยทางอากาศ
การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานก่อนความขัดแย้งไทย-กัมพูชาจะปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งไทยใช้ระบบอาวุธจากอิสราเอลหลายอย่างในการรบ รวมถึงการอัปเกรดเครื่องบิน F-5TH และขีปนาวุธอื่นๆ
ไม่มีรายงานว่ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ แต่บางแหล่งระบุว่าอาจมีส่วนของการถ่ายทอดความรู้เพื่อบำรุงรักษา
ผลกระทบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์
การซื้อ Barak MX นี้สะท้อนถึงการยกระดับขีดความสามารถทางทหารของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับกัมพูชาที่ใช้ระบบอาวุธจากจีนเป็นหลัก
ไทยซึ่งเป็นพันธมิตรสนธิสัญญากับสหรัฐฯ แต่ก็ซื้ออาวุธจากจีนและตะวันตกบ่อยครั้ง กำลังกระจายแหล่งอาวุธเพื่อลดการพึ่งพา ก่อให้เกิดสมดุลอำนาจใหม่ในอินโด-แปซิฟิก โดยไทยได้เปรียบทางอากาศเหนือกัมพูชาในความขัดแย้งชายแดน ทำให้กัมพูชาอาจหันไปใกล้ชิดจีนมากขึ้นเพื่อตอบโต้
ในภาพรวมกว้าง นี้ช่วยให้อิสราเอลขยายอิทธิพลในเอเชีย หลังจากที่อุตสาหกรรมกลาโหมอิสราเอลเติบโตจากสงครามในตะวันออกกลางและยูเครน โดยอิสราเอลขายอาวุธให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้เพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของอิหร่านและจีน
อย่างไรก็ตาม อาจทำให้ไทยถูกดึงเข้าไปในความขัดแย้งใหญ่ หากเกิดสงครามใหญ่ในทะเลจีนใต้หรือไต้หวัน
นัยะทางการเมือง การทูตระหว่างประเทศ
ทางการเมืองภายใน นี้แสดงถึงนโยบายของรัฐบาลไทยในการยกระดับความมั่นคง โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนสูง ท่ามกลางงบประมาณกลาโหมที่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามจากเพื่อนบ้านและภัยไม่สมมาตรเช่นโดรน
ด้านการทูต ส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทย-อิสราเอล ซึ่งไทยมีแรงงานและชุมชนในอิสราเอลจำนวนมาก (แม้จะมีเหตุการณ์ตัวประกันในอดีต)
แต่ไทยยังคงนโยบายเป็นกลางในตะวันออกกลาง ไม่สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเปิดเผย ในระดับนานาชาติ ช่วยเสริมภาพลักษณ์อิสราเอลในฐานะผู้ส่งออกอาวุธชั้นนำ แต่ไทยอาจต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหญ่
สรุปข่าวกรอง
จากแหล่งข่าวกรองและรายงานสื่อ ข่าวการซื้อ Barak MX มาจากการเจรจาที่ดำเนินมาระยะหนึ่ง ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ โดย IAI ย้ำว่าระบบนี้ผ่านการพิสูจน์ในสนามรบจริง เช่น สกัดกั้นโดรนจากเยเมน อิหร่าน และเลบานอน
ในบริบทไทย การซื้อนี้เชื่อมโยงกับการเตรียมพร้อมรับมือความขัดแย้งกับกัมพูชา โดยไทยใช้ระบบอิสราเอลอื่นๆ เช่น ขีปนาวุธ Spike และระบบจรวด เพื่อสร้างความเหนือกว่าในอากาศและภาคพื้นดิน
ไม่มีหลักฐานว่ามีการแทรกแซงจากสหรัฐฯ หรือจีนโดยตรง แต่การซื้อนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอาวุธในภูมิภาค โดยกัมพูชาได้รับอาวุธจีนตอบโต้
ข่าวกรองบ่งชี้ว่าอิสราเอลใช้โอกาสนี้ขยายตลาดเอเชีย หลังจากขายระบบคล้ายกันให้ประเทศอื่นๆ
ประเมินผลกระทบ
ผลกระทบเชิงบวก: ไทยได้รับระบบที่ทันสมัย เพิ่มความปลอดภัยให้ฐานทัพและประชาชน ลดความเสี่ยงจากภัยทางอากาศในความขัดแย้งชายแดน ส่งเสริมอุตสาหกรรมกลาโหมไทยหากมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ผลกระทบเชิงลบ: ค่าใช้จ่ายสูงอาจกระทบงบประมาณอื่นๆ และอาจกระตุ้นการแข่งขันอาวุธกับเพื่อนบ้าน ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น หากกัมพูชาเพิ่มอาวุธตอบโต้ ไทยอาจเผชิญภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น โดรนราคาถูกจากจีน
โดยรวม ผลกระทบสุทธิเป็นบวก หากไทยใช้ระบบนี้เพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่รุก
แนวโน้ม
แนวโน้มระยะสั้น: ไทยอาจซื้ออาวุธอิสราเอลเพิ่ม เช่น ระบบโดรนหรือขีปนาวุธ เพื่อรับมือความขัดแย้งชายแดนที่อาจยืดเยื้อ
ระยะยาว: อิสราเอลจะขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไทยอาจกลายเป็นฐานส่งออกอาวุธอิสราเอลในภูมิภาค ความตึงเครียดไทย-กัมพูชาอาจลดลงหากมีการเจรจา แต่หากไม่ การแข่งขันอาวุธจะเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่ประเทศกลางๆ กระจายแหล่งอาวุธเพื่อความเป็นอิสระ
โอกาสสำหรับประเทศไทย
โอกาสหลักคือการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้ Barak MX เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศแห่งชาติแบบบูรณาการ ร่วมกับระบบอื่นๆ เช่น จากสวีเดน (SAAB) หรือสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างงานและอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศ
เสริมการทูตกับอิสราเอลในด้านอื่นๆ เช่น การเกษตรหรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้
นอกจากนี้ ไทยสามารถใช้ระบบนี้เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
หากจัดการดี อาจกลายเป็นแบบอย่างให้ประเทศอาเซียนอื่นๆ ในการกระจายแหล่งอาวุธ โดยไม่พึ่งพามหาอำนาจใหญ่เพียงฝ่ายเดียว
0 comments:
Post a Comment